
โทรศัพท์ดังตอนสามทุ่ม
จำเวลาได้แม่น เพราะสามทุ่มมันทำอะไรไม่ได้เลย สำนักงานที่ดินปิด ธนาคารปิด จะเช็กอะไรก็ไม่ได้ จะโทรถามใครก็ไม่ได้ ทำได้อย่างเดียวคือฟัง
ปลายสายเป็นเจ้าของบ้าน เขาไม่ได้อยู่เชียงใหม่ เขาอยู่ตาก แต่บ้านอยู่ที่นี่ และบ้านหลังนั้นถูกกรมบังคับคดีกำหนดวันขายทอดตลาดแล้ว เหลือเวลา 23 วัน
เคยรับสายด่วนมาเยอะ แต่ไม่เคยรับสายจากคนที่ใกล้จะเสียบ้านขนาดนี้ ฟังน้ำเสียงเขาแล้วรู้เลยว่ากังวลแค่ไหน
สิ่งที่ทำให้ฟังแล้วใจหายไม่ใช่เรื่องเวลา แต่เป็นตัวเลข หนี้ที่ทำให้บ้านโดนยึดคือหนี้บัตรเครดิต หลักแสนบาท ส่วนบ้านราคาหลายล้าน
เขาไม่ได้โทรมาขอให้ขายได้ราคาดี เขาโทรมาถามว่ายังพอมีทางไหม
เช้าวันรุ่งขึ้นเราขับรถไปดูบ้านทันที ไม่รอ เพราะในกรอบเวลา 23 วัน สิ่งที่มีค่าที่สุดคือการไม่เสียเวลาสักวัน ดูทรัพย์ ประเมินว่าราคาจริงที่ขายได้คือเท่าไหร่ แล้วเสนอรับขายให้เลยวันนั้น เขาเซ็นสัญญากับเราในวันเดียวกัน
ตรงนี้คือส่วนที่ยังคิดถึงอยู่จนทุกวันนี้
หลังเซ็นสัญญา เราโทรหาผู้ซื้อหนึ่งคน คนเดียว คนที่เรารู้อยู่แล้วว่ากำลังหาทรัพย์แบบนี้ ในโซนนี้ ที่ราคาที่เรารู้อยู่แล้วว่าใช่
เขาตอบตกลง
รวมแล้วบ้านหลังนี้ขายได้ในเวลาไม่ถึงสิบนาที เร็วที่สุดเท่าที่เคยขายมา
และคนซื้อก็ใจดีมาก การเซ็นสัญญาไม่ได้แปลว่าการอายัดจะหลุด ทรัพย์ยังติดอยู่กับกรมบังคับคดี และทรัพย์ที่ถูกอายัดจะโอนไม่ได้ เขาเข้ามาช่วยเดินเรื่องถอนอายัดให้เอง ทั้งยื่นเอกสาร ทั้งตามเรื่อง ทั้งที่ไม่มีหน้าที่ต้องทำสักอย่าง แต่เขาก็ทำ
บ้านโอนสำเร็จก่อนถึงวันประมูล
เราได้ค่าคอมมิชชั่น นั่นคือธรรมดาของงาน แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่เหลืออยู่จากเคสนี้
สิ่งที่เหลืออยู่คือ สิ่งที่ช่วยบ้านหลังนี้ไว้ไม่ใช่เงินหรือเส้นสาย แต่คือการรู้ราคาตลาดมากพอที่จะพูดได้เต็มปากตอนสามทุ่มว่า ถ้าขายราคานี้ ขายได้
ประโยคเดียวนั้นใช้เวลาสะสมหลายปี และวันนั้นมันมีค่าหลายล้านบาท สำหรับผู้ชายคนหนึ่งที่ตาก ซึ่งคิดไปแล้วว่าตัวเองหมดทาง
ทำงานขายบ้านมานาน บางวันก็เป็นแค่งาน แต่บางวันความรู้ที่สะสมมาทั้งหมดมันกลับช่วยชีวิตคนได้จริง ๆ วันนั้นเป็นวันแบบนั้น